ช่องโหว่ที่ Horn ค้นพบมีรหัส CVE-2018-17182 เป็นมีสาเหตุการจากการตรวจสอบ Cache ใน Linux Mememory Management Subsystem ไม่ดีเพียงพอ ก่อให้เกิดเป็นช่องโหว่ Use-after-free ซึ่งแฮ็กเกอร์สามารถโจมตีช่องโหว่นี้เพื่อยกระดับสิทธิ์ตนเองเป็น Root ของเครื่องเป้าหมายได้ Horn ได้ทำการเผยแพร่โค้ด PoC การโจมตีดังกล่าวสู่สาธารณะ พร้อมระบุว่า ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการรันจนได้ Root Shell Horn รายงานช่องโหว่นี้ไปยังทีมนักพัฒนา Linux Kernel เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทีมนักพัฒนาก็ได้ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยออกแพตช์เพื่ออุดช่องโหว่เพียง 2 วันหลังจากนั้น ได้แก่ เวอร์ชัน 4.18.9, 4.14.71, 4.9.128, and 4.4.157 ในขณะที่เวอร์ชัน 3.16 ถูกอัปเดตเป็น 3.16.58 อย่างไรก็ตาม Debian 16.04 และ Ubunto 18.04 ที่เพิ่งออกใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านยังไม่ได้แพตช์ช่องโหว่นี้แต่อย่างใด แต่ทาง Ubuntu แจ้งว่าจะแก้ปัญหานี้ประมาณวันที่ 1 ตุลาคม 2018 ส่วน Fedora ได้ออกแพตช์สำหรับอุดช่องโหว่เมื่อวันที่ 22 กันยายนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ผู้ใช้รีบอัปเดตแพตช์โดยเร็ว ที่มา: https://thehackernews.com/2018/09/linux-kernel-exploit.html