จุดเด่นหลักๆที่เพิ่มเข้ามาใน VMware Workstation 15 คือการรองรับการใช้งาน REST API แล้ว ช่วยตอบโจทย์นักพัฒนาที่มีการใช้งาน Automation Tools หรือต้องการทำ Testing pipeline แบบอัตโนมัติมากขึ้น ซึ่ง REST API ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนคำสั่งเพื่อควบคุม Virtual Mahcine (VM) และ Hypervisor ได้โดยตรง โดยจุดเด่นอื่นๆที่เพิ่มเข้ามาใน VMware Workstation 15 มีดังนี้ ปรับปรุง User Interface ใหม่ ให้รองรับ HiDPI 4K ทั้งการแสดงผลของ Host และ Guest VM มี Stretch Mode เพื่อช่วยในการแสดงผลหน้าจอของ Guest ให้พอดีกับหน้าจอที่ใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน Guest Resolution รองรับ One-Click-SSH เพื่อเปิด SSH ไปยัง Linux VM ได้อย่างรวดเร็ว รองรับ DirectX 10.1 รองรับการทำ Nested Virtualization สำหรับ vSphere 6.7 แล้ว พร้อมทั้งสามารถแสดงรายการ VM ที่อยู่ภายใน Nested Host ได้อีกด้วย แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัย เช่น Spectre, Meltdown และ L1TF นอกจากนี้ VMware ยังได้เปิดตัว VMware Fusion 11 สำหรับผู้ใช้งาน macOS อีกด้วย โดยมีความสามารถดังนี้ รองรับ Host และ Guest OS รุ่นใหม่ๆ เช่น macOS 10.14 Mojave, Windows 10 October 2018 Update, Windows Server 2016 Updates, Ubuntu 18.04.1 และ VMware Photon OS รองรับการใช้งาน VMware Virtual Hardware Platform เวอร์ชัน 16 แล้ว รองรับ DirectX 10.1 กับ Metal Graphic Rendering Engine ปรับปรุง User Interface และ Application Menu ใหม่ ปรับปรุง Fusion REST API v1.2 รองรับการควบคุม Virtual Networking เช่น IP-DHCP binding และ NAT Port Forwarding เพิ่ม One-Click SSH รองรับการทำ Nested Virtualization สำหรับ vSphere 6.7 เพิ่มความสามารถในการทำ Automated Disk Cleanup เพื่อลดพื้นที่การใช้งานบน Host หลังจากที่ Shutdown VM แล้ว ที่มา: https://blogs.vmware.com/workstation/2018/09/workstation-15-is-here.html