ทาง Howtogeek ได้นำเสนอฟีเจอร์ใหม่ใน Windows 10 April 2019 Update (19H1) ปีนี้ว่ามีอะไรบ้าง โดยจากเวอร์ชันพรีวิว 18323 มีการเปลี่ยนแปลงไปมากมายทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและหน้าตาการใช้งาน สิ่งที่น่าสนใจมีดังนี้ Speed Improvement – สืบเนื่องจากการแพตช์ Spectre ในเวอร์ชันใหม่จะแก้ไขปัญหาแพทช์ที่ลดประสิทธิภาพของเครื่องและปรับจูนการตั้งค่าหลายอย่างทำให้เร็วมากขึ้น ดูรายละเอียดการปรับแต่งเชิงลึกได้ที่นี่ 7GB Reserved – จะมีการจองพื้นที่ไว้ 7 GB เพื่อป้องกันการอัปเดตผิดพลาด (ข่าวเก่าจาก TechTalkThai) Pause Update – ผู้ใช้งาน Home Edition จะสามารถหยุดการอัปเดตได้ชั่วคราวถึง 7 วันผ่านทาง Setting > Update&Security > Windows Update Light Theme – หน้าตาสีสันมีความโปร่งใสสบายตามากขึ้นหลายส่วน เช่น Start Menu, Taskbar, Notification, Action Center Sidebar เป็นต้น (ดูรุปประกอบด้านบน) Windows Sandbox – เป็นการแยกสภาพแวดล้อมออกจากการใช้งานจริงให้ผู้ใช้นำไปทดสอบซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้เหมือนกับทดสอบใน VM นั่นเอง (ข่าวเก่าจาก TechTalkThai) Default Start Menu – ในส่วน Start Menu จะแสดงโปรแกรมน้อยลงดูสบายตาขึ้น Uninstall Build-in app – ผู้ใช้สามารถลบแอปที่ติดมาโดยพื้นฐานได้มากขึ้น เช่น 3D Viewer, Mail, Music, Paint 3D และอื่นๆ Cortana and Search Bar – มีการแยกระหว่างช่องค้นหากับ Cortana จากกันผู้ใช้สามารถซ่อนส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งสองได้อย่างอิสระ Start Menu Search File – สามารถใช้ช่อง Start Menu ค้นหาไฟล์ต่างๆ ในเครื่องได้แล้วโดยเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Search > Searching Windows เลือก “Enhanced (Recommended)” Passwordless Login – ผู้ใช้งานสามารถสร้างบัญชีโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านได้แล้วเพียงแค่กรอกข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ถ้าต้องการล็อกอินระบบก็จะส่ง Token ผ่านมาทางนั้น Windows Update at Tray – ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเมนู Settings > Update & Security > Windows Update > Advanced Options เลือกเปิด “Show a notification when your PC requires a restart to finish updating” เพื่อเพิ่มเมนูการแจ้งเตือนใน Tray ว่าตอนนี้ต้องการรีบูตเพื่ออัปเดตแล้ว เปลี่ยนชื่อโค้ดเป็น 19H1 ซึ่งก่อนหน้านี้ Windows 10 เดือนตุลาคมใช้ชื่อว่า ‘Redstone 5’ (ยังไม่ชัดเจนว่าจะถาวรหรือไม่) หน้า Windows Console สามารถกดซูมเข้าออกได้ด้วย Ctrl + Mouse Scoll/แป้นพิมพ์ โดยไม่ทำให้ฟอนต์แตกด้วย Automatics Troubleshooting – Microsoft เมื่อก่อนผู้ใช้ต้องรู้เกี่ยวกับปัญหาก่อนว่าอยู่หมวดไหนแล้วไปค้นหาแก้ไขเองแต่ตอนนี้สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญได้อย่างอัตโนมัติ ผู้ใช้จะไม่เห็นหน้าจอแสดงเตือนขณะกำลังใช้งานแอปพลิเคชันแบบเต็มหน้าจอ เช่น กำลังดูวีดีโอหรือใช้งานบราวเซอร์แบบ Full-screen เป็นต้น Notepad Improvement – เปลี่ยนวิธีการ Encoding, เซฟไฟล์แบบ UTF-8 โดยไม่ต้องทำ Byte Order Mark เป็นพื้นฐาน, รองรับกับ Web ที่มี UTF-8 เป็นค่าพื้นฐาน รวมถึง ASCII ด้วย, แสดง * ไฟล์ที่ยังไม่ได้เซฟบน Title Bar, เพิ่มคีย์ลัดใหม่หลายตัว เช่น Ctrl+Shift+N เพื่อเปิดหน้าต่างใหม่ หรือ Ctrl+W เพื่อปิดหน้าต่างปัจจุบันอีกด้วย